ประเทศที่สวยที่สุดในโลก
10 ประเทศที่คุณต้องไปเที่ยวสักครั้งในชีวิต

ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 3 มีคำกล่าวของเพลโตไว้ว่า ‘ความสวยงามขึ้นอยู่กับคนมอง’ ซึ่งหมายถึง ‘สิ่งที่ดีที่สุด หรือสวยที่สุด สำหรับคนหนึ่ง อาจจะไม่ใช่สำหรับอีกคน’ ในเมื่อแต่ละคนมีมุมมองเรื่องความสวยงามไม่เหมือนกัน แอดมินก็คิดหนักเลยค่ะ ว่าจะพาเพื่อน ๆ ไปตะลุย 10 ประเทศที่สวยที่สุดในโลก ที่ไหนดีบ้าง เพราะในโลกของเราเต็มไปด้วยที่เที่ยวสวย ๆ ทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเลสีฟ้าใสที่ซัดสาดหาดทรายระยิบระยิบในตาฮีตี (Tahiti) ไปยังทะเลทรายที่สวยงามจนน่าทึ่ง ไปจนถึงแสงเหนือที่ส่องสว่างไสวเหนือประเทศไอซ์แลนด์ หรือแม้แต่ภาพผู้คนที่กำลังนั่งจิบกาแฟชิลล์ ๆ ในคาเฟ่ที่เมืองปารีส ไม่ว่าจะมองไปมุมไหน เราก็มักจะพบความสวยงามซ่อนอยู่เสมอเลย ^__^ ยิ่งตอนนี้ที่การเดินทางท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่ายขึ้น โควิดก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ออกไปค้นหาคำตอบกันว่าความสวยงามที่ว่านั่นคืออะไร

แม้ว่าจะไม่สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องที่สุดได้ว่า “ประเทศสวยที่สุดในโลก มีที่ไหนบ้าง” ก็ตาม แต่การที่เราเห็นรายชื่อประเทศที่ติดอันดับบ่อย ๆ ในโพลที่ว่านี้ ก็พอจะเชื่อถือได้ว่ามีประเทศไหนบ้างที่เป็น ประเทศที่สวยงามที่สุดในโลก ซึ่งท้ายบล็อกนี้ แอดมินได้รวบรวมโพลสำรวจบางส่วนมาฝากกันด้วยค่ะ เผื่อเพื่อน ๆ จะได้ไปเที่ยวกันบ้างสำหรับทริปต่อไปยังไงล่ะคะ ^__^

สิ่งที่ทำให้ประเทศมีความสวยงาม มีอะไรบ้าง?

มีมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเมืองในชนบทที่ยังคงรักษาความดั้งเดิมไว้ หรือแม้กระทั่งความเป็นมิตรของผู้คน ทั้งนี้ เอกลักษณ์ก็มีส่วนทำให้แต่ละประเทศมีความสวยงามในแบบฉบับของตนเอง ที่ไม่เหมือนกับประเทศอื่น ๆ พอพูดถึงตรงนี้ ก็ทำให้เราวกกลับไปคำถามเดิมตอนต้นว่า “แล้วอะไรล่ะ คือความสวยงาม?” นักปรัชญาได้ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มานานนับพันปี แต่เราคงไม่ต้องนั่งคิดกันนานขนาดนั้นนน เอาเป็นว่าอยู่ที่สไตล์และความชอบของแต่ละคนเลยค่ะ และเพื่อให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจเลือกประเทศสำหรับทริปหน้า (หรือเร็ว ๆ นี้) ได้ง่ายขึ้น ทางแอดมินได้คัดเลือก 10 ประเทศสวยติดอันดับโลก ที่แอดมินคิดว่าเด็ดจริงมาให้แล้วค่ะ จะตรงกับที่เพื่อน ๆ เล็งไว้ในใจมั้ย เป็นประเทศเดียวกันหรือเปล่า ตามแอดมินมาเลยค้าาา

10 ประเทศที่สวยที่สุดในโลก มีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเล้ยยย

1. เปรู

– ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็น Hidden Gem ในทวีปอเมริกาใต้ / แหล่งกำเนิดป่าฝนแอมะซอน และที่ตั้งเมืองมาชู ปิกชู อันเลื่องชื่อ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูหนาว (พฤษภาคม – กันยายน) และฤดูร้อน (ธันวาคม – มีนาคม)

หนึ่งในสิบ ประเทศที่สวยที่สุดในโลก สิ่งแรกที่ทำให้เพื่อน ๆ นึกถึงเปรู ก็คงจะเป็นมาชู ปิกชู ใช่มั้ยล่ะคะ? แน่นอนว่าสถานที่ทางวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวอินคาแห่งนี้เป็นจุดเช็กอินอันดับต้น ๆ ที่ต้องห้ามพลาด แต่เปรูก็ยังมีอีกหลายที่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยค่ะ ทั้งเมืองลิมา เมืองหลวงของเปรูที่สร้างขึ้นในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งเป็นศูนย์รวมของจัตรัสกลางเมืองขนาดใหญ่ โบสถ์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 และพิพิธภัณฑ์ Larco แหล่งรวบรวมศิลปะยุคต้นกำเนิดบนแผ่นดินอเมริกาและเม็กซิโก (pre-Columbian art) ถ้าเพื่อน ๆ ชอบความเงียบสงบ ไม่มีคนพลุกพล่าน งั้นก็ห้ามพลาดฮัวคาชินา (Huacachina) เด็ดขาดเลยค่ะ ที่นี่เป็นหมู่บ้านโอเอซิสกลางทะเลทรายเมืองอิคา (Ica) ล้อมรอบด้วยเนินทราย ไม่ไกลจากที่นี่ยังสามารถแวะไปชมความสวยงามของภูเขาสีรุ้ง (Vinicunca) และมาชู ปิกชู ได้อีกด้วยค่ะ

แนะนำที่เที่ยวเปรู

  • มาชู ปิกชู
  • หุบเขาศักดิ์สิทธิ์
  • หุบเขากอลกา
  • แหล่งโบราณคดีโมราย
  • อินคาเทรล
  • เมืองกุสโก อดีตเมืองหลวงอาณาจักรอินคา
  • ทะเลสาบติติกากา
  • ศูนย์กลางประวัติศาสตร์เมืองลิมา

2. ประเทศไทย

– แหล่งหาดทรายสวย และโบราณสถานมากด้วยประวัติศาสตร์
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูแล้ง (พฤศจิกายน – เมษายน)

ใช่ค่ะ เพื่อน ๆ อ่านไม่ผิด สำหรับชาวต่างชาติแล้ว ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งใน ประเทศที่สวยที่สุดในโลก และหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ต้องห้ามพลาดเลยล่ะ! เพราะความครบเครื่องทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย น่าสนใจ และความครบรสของประสบการณ์ที่จะได้รับเมื่อมาเยือน ทำให้บ้านเราได้ชื่อว่าเป็น “อัญมณีในมงกุฎแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เริ่มจากกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยอาคารทันสมัย วัดเก่าแก่ รายล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาที่เรือโดยสารใช้สัญจรไปมา ไล่ไปจนถึงเกาะน้อย-ใหญ่ ที่กระจายตัวอยู่ในประเทศมากถึง 1,430 เกาะ ให้คนรักธรรมชาติได้ออกไปสำรวจได้ไม่รู้เบื่อ ความสวยงามของสภาพภูมิประเทศในจังหวัดกระบี่และเกาะพีพี ที่มีลักษณะเป็นหินปูนและหน้าผาสูงชัน ก็เป็นที่กล่าวถึงในระดับฮอลลีวูด ในขณะเดียวกัน ทางเหนือของประเทศไทย อย่างเช่นจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีเสน่ห์ของความเป็นล้านนาที่น่าค้นหา ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์แบบต๊ะต่อนยอน ที่ใครได้มาเยือนเป็นต้องติดใจทุกราย เรื่องอาหารการกิน ประเทศไทยก็ไม่เป็นสองรองใคร ทั้งความหลากหลายของอาหารที่มีตั้งแต่แนวสตรีทฟู้ดไปจนถึงระดับภัตตาคาร รสชาติก็ถูกปาก และสามารถหาซื้อได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ปิดท้ายด้วยการเที่ยวชมวัดและศาลเจ้าเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อิ่มทั้งกาย สบายทั้งใจ ได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวกลับไปแบบเต็มกระเป๋า ^__^ อย่าว่าแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเลยค่ะ คนไทยอย่างเราเองก็ยังอยากไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้เหมือนกัน ใครยังไม่เคยไปที่ไหนบ้าง จดลิสต์ที่เที่ยวแนะนำด้านล่างนี้ แล้วตามไปเก็บให้ครบกันได้เลยค่า

เหมาะสำหรับ : ย้ายมาอยู่อาศัย, ใช้ชีวิตหลังเกษียณ, แวะมาท่องเที่ยว

แนะนำที่เที่ยวประเทศไทย

  • พระบรมมหาราชวัง
  • วัดอรุณ
  • วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)
  • หาดไร่เลย์
  • ตลาดนัดจตุจักร
  • เกาะพีพี
  • ปาย
  • อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
  • เมืองเก่าอยุธยา
  • ตลาดน้ำ

3. ญี่ปุ่น

– ถิ่นซากุระและน้ำพุร้อนออนเซ็น
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูหนาว (มกราคม – กุมภาพันธ์)

ญี่ปุ่น ประเทศที่มีความผสมผสานระหว่างความเรียบง่าย วัฒนธรรม และนวัตกรรมที่ทันสมัย จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นความนุ่มนวล อ่อนช้อย และความมีสไตล์ ซึ่งกลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของญี่ปุ่นที่ไม่มีใครเหมือน สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนที่นี่เป็นอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้นความสวยงามของธรรมชาติในแถบชานเมือง ที่ผลัดเปลี่ยนแวะเวียนกันมาให้นักท่องเที่ยวได้ชมในแต่ละฤดูกาล ลองจินตนาการตอนที่เพื่อน ๆ เดินทางมาถึงญี่ปุ่น แล้วมีดอกซากุระบานสะพรั่งรอต้อนรับอยู่สิคะ จะฟินขนาดไหน อีกทั้งป่าไผ่อาราชิยามาแห่งเมืองเกียวโต ที่ที่ต้นไผ่ยืนต้นสูงตระหง่านตลอดสองข้างทาง ก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ยิ่งถ้าใครเป็นสายเที่ยวรักธรรมชาติและชอบความเงียบสงบด้วยแล้ว ต้องหลงรักที่นี่แน่นอนค่ะ เรื่องอาหารการกินของญี่ปุ่นก็ขึ้นชื่อระดับโลก มีให้เลือกชิมตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงระดับมิชลินสตาร์เชียวแหนะ! เจแปนเลิฟเวอร์มีโอกาสได้มาถึงถิ่นทั้งที ต้องลองให้ครบเลยนะ ^__^ ความแตกต่างอย่างลงตัวระหว่างศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ กับกรุงโตเกี่ยวที่เป็นศูนย์กลางแห่งความล้ำสมัยนี้ ทำให้ญี่ปุ่นเป็น 1 ใน 10 ประเทศสวยติดอันดับโลก เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา อย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะค่ะ

ไปญี่ปุ่นแล้วต้องแวะที่เที่ยวที่สวย

  • ภูเขาไฟฟูจิ
  • พระราชวังอิมพีเรียล
  • ปราสาทโอซาก้า
  • สวนสาธารณะนารา
  • สวนลิงหิมะจิโกคุดานิ
  • สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิม่า
  • เมืองประวัติศาสตร์เกียวโต
  • ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ ศาลเจ้ากลางทะเล

4. ไอซ์แลนด์

– ดินแดนแห่งไฟและน้ำแข็ง / ต้นกำเนิดแสงเหนือและบลูลากูนที่มีชื่อเสียง
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูร้อน (กรกฎาคม – สิงหาคม)

หนึ่งในประเทศที่เป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักการท่องเที่ยว จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลยนอกจากไอซ์แลนด์ใช่มั้ยล่ะคะ ไอซ์แลนด์เป็นหนึ่งใน ที่เที่ยวที่สวยที่สุดในโลก มีประชากรส่วนใหญ่ (ที่มีจำนวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองนิวออร์ลีนส์) อาศัยอยู่ในเมืองเรคยาวิก (Reykjavik) และบริเวณใกล้เคียง ที่นี่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรีมากมาย เป็นที่ตั้งของโบสถ์ฮัลล์กรีมสคิร์คยา (Hallgrimskirkja) โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ และบ้านเรือนสีสันสดใส ใครเพิ่งเดินทางไปถึงแล้วอยากได้ฟีลเดินเล่นชิลล์ ๆ ก่อนออกไปลุยเที่ยวเกาะในไอซ์แลนด์ล่ะก็ เริ่มจากที่นี่ก่อนได้เลยค่ะ ^__^ นอกจากเที่ยวในเมืองกับตามเกาะต่าง ๆ แล้ว ไอซ์แลนด์ยังมีที่เที่ยวทางธรรมชาติที่ต้องห้ามพลาดอีกเพียบ กระจายอยู่ทั่วประเทศตามระยะทางเลียบชายฝั่งของไอซ์แลนด์กว่า 828 ไมล์ ทั้งถ้ำน้ำแข็ง ทุ่งลาวา น้ำพุร้อนกีเซอร์ และธารน้ำแข็ง เรียกได้ว่าเก็บไม่หมดในทริปเดียวแน่นอน แต่อย่าลืมแวะแช่น้ำพุร้อนปิดท้ายก่อนจบทริปนะ จะได้บอกใครต่อใครได้ว่า “ฉันมาถึงไอซ์แลนด์แล้วนะจ๊ะ!”

แนะนำที่เที่ยวไอซ์แลนด์

  • ทัวร์ชมปลาวาฬ ที่เมืองเรคยาวิก
  • แช่น้ำที่บ่อน้ำแร่บลูลากูน เมืองกรินดาวิก
  • ชมน้ำพุร้อนกีเซอร์
  • ชมแสงเหนือ
  • เที่ยวภูเขาไฟ Maelifell Volcano และสวนสาธารณะ Myrdalsjokull Glacier Park
  • ตื่นตาตื่นใจกับทะเลสาบใต้พิภพ ที่ Askja Caldera
  • เที่ยวน้ำตก Dettifoss Waterfall
  • เที่ยวพิพิธภัณฑ์สุดแปลกในไอซ์แลนด์

5. เคนยา

– หนึ่งในดินแดนซาฟารีที่ดีที่สุดในโลก
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูแล้ง (กรกฎาคม – กันยายน)

พูดถึงประเทศเคนยา สถานที่แรก ๆ ที่เรามักจะนึกถึงกันก็คงจะเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาและสัตว์ต่าง ๆ เช่น สิงโต เสือชีตาห์ ช้าง ม้าลาย และฮิปโป ที่อยู่ในเขตอนุรักษ์แห่งชาติมาไซมารา (Maasai Mara National Reserve) แต่เคนยาไม่ได้มีดีแค่นี้นะ ยังมีสถานที่เด็ด ๆ อีกมากมาย ตั้งแต่หาดทรายขาวที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับจับตาเลียบมหาสมุทรอินเดีย ไปจนถึงหุบเขาที่มีรอยเลื่อนขนาดใหญ่ อย่าง Great Rift Valley และเขาเคนยา (Mount Kenya) ภูเขาที่ใหญ่เป็นอันดับสองในทวีปแอฟริกา นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแล้ว เคนยายังมีศูนย์กลางของความทันสมัยอยู่ที่เมืองไนโรบี (Nairobi) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศอีกด้วย จากที่นี่สามารถเดินทางต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ทั่วประเทศเคนยาเลยค่ะ

แนะนำที่เที่ยวเคนยา

  • อุทยานแห่งชาติไนโรบี
  • เมืองมาลินดี
  • เขาเคนยา
  • เขตอนุรักษ์แห่งชาติแซมบูรู
  • อุทยานแห่งชาติเฮลส์เกท
  • เกาะลามู
  • อุทยานแห่งชาติซาโว
  • ทะเลสาบนากูรู

6. นามิเบีย

– ดินแดนเนินทรายที่สูงที่สุดในโลก
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูใบไม้ผลิ (กรกฎาคม – ตุลาคม)

นามิเบีย มีชื่อมาจากทะเลทรายนามิบที่ทอดตัวยาวตามชายฝั่งแอตแลนติก ในระยะทางไกลถึง 1,200 ไมล์ เป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในโลก ว่ากันว่ามีอายุราว 80 ล้านปีเชียวนะ! ใครชอบสำรวจสัตว์ป่า บอกเลยต้องมานามิเบีย เพราะที่นี่มีสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์อาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสะวันนา และบริเวณช่องแคบที่มีรูปร่างคล้ายด้ามจับกระทะ ที่เรียกว่า Caprivi Strip แถมยังเป็นประเทศที่มีจำนวนเสือชีตาห์มากที่สุดในทวีปแอฟริกาอีกด้วย ว้าววว อยากมากันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ส่วนที่เมืองวินด์ฮุก (Windhoek) และเมืองสวากอปมุนด์ (Swakopmund) เมืองหลวงและเมืองชายฝั่งของนามิเบีย ก็มีอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในยุคล่าอาณานิคมของเยอรมันตั้งอยู่เรียงราย ท่ามกลางอาคารอื่น ๆ ในเมืองที่มีความทันสมัย สายเที่ยวที่ชอบความอาร์ตต้องห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ

แนะนำที่เที่ยวนามิเบีย

  • โคลแมนสค็อป (Kolmanskop) เมืองร้างกลางทะเลทราย
  • ทวีเฟลฟอนไทน์ (Twyfelfontein)
  • ชายฝั่งโครงกระดูก (Skeleton Coast)
  • ช่องแคบ Caprivi Strip
  • เมืองสวากอปมุนด์
  • เคปครอส
  • บึงแห่งความตาย Sossusvlei
  • ฟิชริเวอร์แคนยอน

7. กรีซ

– ต้นกำเนิดโอลิมปิกเกมส์และประชาธิปไตย
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – มิถุนายน) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – ตุลาคม)

กรีซ ประเทศที่มีทั้งความเก่าแก่ ความสง่างาม และมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานย้อนไปถึงศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตศักราช ประกอบไปด้วยเกาะมากถึง 6,000 เกาะ ในจำนวนนี้มีคนอยู่อาศัยทั้งหมด 227 เกาะ แลนด์มาร์กยอดนิยมเมื่อมาเที่ยวกรีซ นอกจากวิหารพาร์เธนอน (Parthenon) บนอะโครโพลิสแห่งเอเธน (Acropolis of Athens) ที่ต้องห้ามพลาดแล้ว กรีซยังมีเกาะน่าเที่ยวมากมาย คละเคล้าไปด้วยบรรยากาศที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่เกาะมิโคนอส (Mykonos) ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ไปจนถึงเกาะนิซีรอส (Nisyros) เกาะภูเขาไฟที่น่าอยู่ น่าเที่ยวสุด ๆ หรือเกาะที่เงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อน อย่างเกาะเลมนอส (Lemnos) เรียกได้ว่ากรีซสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนชอบเที่ยวได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะค่ะ อ๊ะ ๆ แต่อย่ามัวซึมซับกับบรรยากาศจนลืมเก็บรูปสวย ๆ ไว้ล่ะ โดยเฉพาะถ้าเพื่อน ๆ ได้ไปเกาะมิโคนอสและเกาะนิซีรอสด้วยแล้ว ภาพหมู่บ้านสีขาวที่ตัดกับสีฟ้าครามของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จะทำให้เพื่อน ๆ หวนคิดถึงความทรงจำที่กรีซทุกครั้งที่ได้ดูรูปถ่าย จนอยากกลับมาอีกหลายครั้งแน่นอนค่ะ ^__^

แนะนำที่เที่ยวกรีซ

  • อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์
  • เมทีโอรา
  • วิหารพาร์เธนอน
  • พิพิธภัณฑ์อะโครโพลิส
  • หาดนาวาจิโอ
  • เกาะซานโตรินี
  • เกาะมิโคนอส
  • เมืองโบราณเดลฟี
  • เมืองคอร์ฟู
  • โรดส์ทาวน์

8. นิวซีแลนด์

– ดินแดนสวรรค์แห่งมหาสมุทรแปซิฟิก
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูร้อน (ธันวาคม – มีนาคม)

แม้นิวซีแลนด์จะดูเป็นประเทศเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับประเทศใกล้ ๆ ที่อยู่ตรงข้ามกันอย่างออสเตรเลีย แต่ความสวยงามของประเทศ วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ทางด้านศิลปะ ก็ทำให้นิวซีแลนด์ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่แพ้กัน นิวซีแลนด์ประกอบด้วยเกาะขนาดใหญ่ 2 เกาะ และเกาะเล็ก ๆ อีก 600 เกาะ แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่มีเงาสะท้อนของยอดภูเขา หรือทุ่งดอกไม้ป่าสีม่วงและสีชมพูที่เรียงรายอยู่รอบ ๆ ที่ใครได้เห็นแล้วเป็นต้องหลงใหลจนอยากกลับมาอีกหลายครั้ง ที่เมืองเวลลิงตัน (Wellington) เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์แห่งนิวซีแลนด์ เต ปาป้า ตองกาเรวา (Museum of New Zealand Te Papa Tongarewa) ที่จัดแสดงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่น่าสนใจของชาวเมารี และความสำคัญของชนพื้นเมืองกลุ่มนี้ที่มีต่อประเทศนิวซีแลนด์อีกด้วยค่ะ

แนะนำที่เที่ยวนิวซีแลนด์

  • อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์
  • เบย์ออฟไอส์แลนด์ ดินแดนปราศจากฤดูหนาว
  • ควีนส์ทาวน์
  • ทะเลสาบเทาโป
  • โรโตรัว
  • เนเพียร์
  • โอ๊คแลนด์
  • คาบสมุทรโคโรแมนเดล

9. ชิลี

– ดินแดนแห่งเกาะอีสเตอร์ลึกลับ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) และฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม)

ชิลี ครองพื้นที่แนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทางด้านทิศตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ เป็นระยะทางถึง 6,000 กิโลเมตร เลยล่ะค่ะ ด้วยพื้นที่ที่มีความห่างไกลกันเช่นนี้ ทำให้ชิลีค่อนข้างมีสภาพภูมิประเทศ วัฒนธรรม และสภาพอากาศที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟยอร์ดในปาตาโกเนีย (Patagonia) ที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็ง จนเกิดเป็นอ่าวขนาดเล็กบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีลักษณะแคบและยาว หรือจะเป็นไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่ Elqui Valley ในขณะเดียวกัน เมืองหลวงอย่างซานติอาโก (Santiago) ก็มีตึกสูงระฟ้าและเทือกเขาแอนดีส (Andes) ที่มีหิมะปกคลุมเป็นฉากหลัง เป็นทิวทัศน์ของเมืองที่มีความสวยงามเฉพาะตัว ที่ไม่สามารถหาชมได้จากที่อื่น นอกจากนี้ ที่ชิลียังมี อุทยานแห่งชาติเลากา (Lauca National Park) ที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ของสัตว์ป่ากว่า 130 สายพันธุ์ ทั้งอัลปาก้า เสือพูม่า นกฟลามิงโก้ และสุนัขจิ้งจอก รวมทั้งทะเลสาบชุงการา (Chungará Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานอีกด้วย ต้องห้ามพลาดเลยนะ ขอบอก!

แนะนำที่เที่ยวชิลี

  • อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน
  • ถ้ำหินอ่อน
  • แหลมฮอร์น
  • หุบเขาแห่งดวงจันทร์ (Valle De La Luna)
  • เกาะอีสเตอร์ และอุทยานแห่งชาติราปานุย
  • อุทยานแห่งชาติเลากา
  • อนุสรณ์สถานธรรมชาติลอสพินกวินอส

10. อิตาลี

– ดินแดนแห่งยุคเรเนซองส์และถิ่นกำเนิดพิซซ่า
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด : ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)

อิตาลี เต็มไปด้วยสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย จนแอดมินไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีเลยค่ะ เอาเป็นว่าเรามาเริ่มกันที่กรุงโรมกันก่อนแล้วกันนะคะ ^_^ เมืองหลวงอันเก่าแก่ของอิตาลีแห่งนี้ เป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก โดยสร้างขึ้นบนเนินเขาทั้งเจ็ดแห่งที่เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความเก่าและความใหม่ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเพียบ เช่น โคลอสเซียม (Colosseum) น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) และพิพิธภัณฑ์งานศิลปะแห่งศตวรรษที่ 21 (Museo Nazionale delle Arti del XXI) ทางตอนเหนือของประเทศก็มีแลนด์มาร์กที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเมืองมิลาน (Milan) ทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda) และเมืองเวนิส (Venice) ในขณะที่ทางตอนใต้ก็ไม่น้อยหน้า ส่งสถานที่เริ่ด ๆ เข้าประกวดด้วย อย่างเกาะคาปรี (Capri) เมืองเนเปิลส์ (Naples) และชายฝั่งอมาลฟี (Amalfi Coast) บรรยากาศในอิตาลีทำให้แอดมินรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนังเลยล่ะค่ะ ด้วยกลิ่นอายความคลาสสิกที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ รวมทั้งหมู่บ้านที่สร้างอยู่บนชายเขา ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงามมากจนต้องตะลึง นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว มาถึงอิตาลีทั้งที ถ้าพลาดชิมพิซซ่ากับพาสต้าสไตล์อิตาเลี่ยนแท้ ก็คงเหมือนยังมาไม่ถึงถิ่นแน่ ๆ อ้อ! เจลาโต้กับชีสบอร์ด (cheese board) ก็ด้วยนะ ของดีของอิตาลีเลยล่ะค่ะ

แนะนำที่เที่ยวอิตาลี

  • โคลอสเซียม
  • นครรัฐวาติกัน
  • คลองเวนิส
  • หอเอนปิซ่า
  • ทะเลสาบโคโม
  • หอศิลป์อุฟฟีซี เมืองฟลอเรนซ์
  • วิหารแพนธิออน
  • หมู่บ้านชาวประมง ชิงก์ แทร์เร
  • มหาวิหารฟลอเรนซ์
  • น้ำพุเทรวี
  • ชายฝั่งอมาลฟี
  • จัตุรัสโรมัน
ทริปหน้าของเพื่อน ๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันคะ?

ช่วงวันหยุดจะไปไหนดีนะ?
ไปประเทศในโซนยุโรปที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ดีมั้ย?
หรือจะมาเที่ยวพักผ่อนชิลล์ ๆ ที่เมืองไทยดี?
บรรยากาศแบบซาฟารีที่เคนยา ก็น่าสนใจดีนะ?

ไม่ว่าทริปหน้าของเพื่อน ๆ จะเป็นที่ไหนก็ตาม แอดมินเชื่อว่าจะต้องเป็นที่ที่มีความสวยงามมาก ๆ แน่นอน ซึ่งอาจจะเป็น 1 ใน 10 ที่เที่ยวที่สวยที่สุดในโลก ที่แอดมินนำมาฝากกันวันนี้ หรืออาจจะเป็นประเทศอื่นที่เพื่อน ๆ เห็นว่ามีความสวยงามมากกว่าก็ได้เช่นกันค่ะ เพราะความสวยงามของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ^__^ อย่างไรก็ตาม แอดมินหวังว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความเพลิดเพลินจากการอ่านบล็อกของเรานะคะ หากเพื่อน ๆ มีคนรู้จักที่เป็นชาวต่างชาติ ที่สนใจอยากมาเที่ยว หรือย้ายมาอยู่อาศัยในประเทศไทยด้วยล่ะก็ แอดมินมี เคล็ด(ไม่)ลับ สำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทย มาฝากด้วยค่ะ คลิกอ่านกันได้เลย

Leave a comment